Home บทความ ความปลอดภัยในอาหารสำหรับร้านอาหาร หลังน้ำท่วม : เชื้อรา
ความปลอดภัยในอาหารสำหรับร้านอาหาร หลังน้ำท่วม : เชื้อรา PDF พิมพ์ อีเมล

 

ปัญหาหลังน้ำท่วม ส่วนหนึ่งเกิดจากเชื้อราที่ซึ่งมาจากน้ำที่เข้าท่วมในอาคาร ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในร้านอาหารของท่านกับผู้บริโภคได้

ในภาวะปกติ เชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีในภูมิอากาศแบบร้อน ชื้น เช่นประเทศไทยของเรา เราสามารถพบเชื้อราได้ทั้งนอกบ้านและในบ้าน ทุกๆอาคาร โดยเฉพาะบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น ในห้องน้ำ ห้องใต้บันได ห้องใต้ดิน กองเศษหญ้า เศษใบไม้ อาหารบูดเน่า  

ปัญหาหลักๆ ของเชื้อราคือการเกิดกลิ่น และ ภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้จากเชื้อรา เป็นโปรตีนที่พบในสปอร์ของเชื้อรา ซึ่ง สปอร์ที่ว่านี้มีขนาดเล็ก สามารถปลิวอยู่ในอากาศได้ทั่วไปได้ตลอดทั้งปี เมื่อสปอร์นี้มาสัมผัสเยื่อบุในทางเดินหายใจ ในผู้ที่แพ้อาจทำให้เกิดโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หอบหืด ผื่นผิวหนัง

ในภาวะน้ำท่วม ทำให้ก่อให้เกิดเชื้อราขึ้นในอาคาร สถานที่ปรุงอาหาร ดังนั้นสถานประกอบการจำต้องเข้าใจและหามาตรการในการกำจัดหรือลดความเสี่ยงนี้หลังจากเกิดภัยน้ำท่วม

ชนิดต่างๆของเชื้อราที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยในประเทศไทย

1. Cladosporium เป็นเชื้อราที่พบมาก จัดเป็นสารก่อภูมิแพ้จากภายนอกที่สำคัญและจะถูกลมพัดพาเข้ามาในอาคารด้วย ปริมาณเชื้อราในอาคารพบเป็น 25% ของปริมาณภายนอก เชื้อราชนิดนี้มักขึ้นบนซากพืช ซากสัตว์ พื้นดิน และอาหาร บริเวณตู้เย็น ที่เก็บอาหาร บริเวณอับชื้น
2. Alternaria เป็นเชื้อราที่พบได้บ่อยว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยแพ้อากาศ ,อาศัยซากพืช ซากสัตว์เป็นอาหาร ส่วนใหญ่มักพบอยู่ภายนอกอาคาร ตามพื้นดิน ไม้ผุๆ กองขยะ สามารถเห็นเป็นจุดดำๆเช่นที่พบบนมะเขือเทศและผักอื่นๆ ปริมาณเชื้อรานี้ในอาคารจะมีประมาณ 25% ของปริมาณเชื้อราในอากาศภายนอก
3. Aspergillus เป็นเชื้อราที่มักพบได้ในอาคาร มักอยู่ตามเศษอาหาร ของหมักหมม ชอบอยู่ในที่มีความชื้นสูง สามารถทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจได้
4. Penicillium ที่มักพบมากภายในอาคาร แหล่งที่พบคือบริเวณที่มีเศษอาหาร เช่นจุดดำๆที่พบบนขนมปัง ของหมักหมม อาหารเน่าเสีย เศษใบไม้ สิ่งสกปรก พบได้ตลอดปี

 เชื้อรา ที่เกิดขึ้นในอาคารสำนักงานเกิดจากสาเหตุใด

 การที่เรามองเห็นเชื้อราเจริญอยู่บนวัสดุสิ่งของต่างๆภายในอาคาร บนผนังห้อง บนเพดาน แสดงว่า บรรยากาศภายในห้องหรือภายในอาคารมีความชื้นสูงขื้นผิดปรกติถึงหรือมากกว่า70% ซึ่งโดยทั่วไปความชื้นในอาคารไม่ควรเกิน50%  

ความชื้นสูงเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมการเจริญเพิ่มจำนวนของเชื้อรา นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ ระบบหมุนเวียนของอากาศภายในอาคารไม่ดีพอห้องอับชื้นไม่มีแสงสว่างหรือแสงแดดส่องผ่านเพียงพอ วัสดุในอาคารหรือห้องทำงานจำพวกไม้ กระดาษ ผนังกั้นห้องไม้อัด พรม สิ่งทอและผลิตภัณฑ์พลาสติก ล้วนเป็นแหล่งอาหารให้เชื้อราเจริญได้ทั้งสิ้นเมื่อวัสดุเหล่านี้มีความชื้นสูงขึ้นแม้ว่าจะเคลือบด้วยสารกันเชื้อราก็ไม่สามารถจะยับยั้งเชื้อราได้ในสภาวะที่ความชื้นสูง ในฤดูฝนความชื้นสูงส่งผลให้ความชื้นในอาคารสูงขึ้นด้วยยิ่งอาคารมีการรั่วซึมของน้ำฝนหรือมีการรั่วซึมของท่อน้ำและมีละอองน้ำพ่นจากเครื่องปรับอากาศความชื้นจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการเจริญเพิ่มจำนวนของเชื้อราจะเกิดขึ้นตามมา

ธรรมชาติของเชื้อรา

เชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีต้องประกอบด้วย 3 สิ่ง (1) อาหาร (2) อุณหภุมิที่เหมาะสม คือ ประมาณ 4 C (40 F) ถึง 38 C (100 F) และ (3) ความชื้น
สารอินทรีย์ที่เน่าเปื่อย ย่อยสลายได้ หรือแม้กระทั่งฝุ่น และอุณหภูมิในบริเวณท่อลม และท่อน้ำเย็นที่เกิดหยดน้ำ ล้วนแล้ว แต่เป็นสภาพที่ทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ทั้งสิ้น ดังนั้นในการควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อรา เราจึงต้องใส่ใจในการควบคุมความชื้นที่เกิดจากการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำของระบบเหล่านี้

การเกิดความชื้น

เชื้อราไม่ต้องการน้ำนิ่งๆ ในการเจริญเติบโต แต่ต้องการความชื้นที่มากพอที่จะทำให้สปอร์ ซึ่งเป็นตัวสืบพันธุ์ เติบโตได้ ความชื้นสัมพัทธ์ในอาคารทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 60% หรือต่ำกว่านั้น เป็นช่วงความชื้นที่ทำให้เชื้อรามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย และยังสามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ซึ่งบริเวณดังกล่าวก็คือ ในท่อน้ำเย็น และท่อลมของระบบทำความเย็นในอาคารนั่นเอง

ระดับความชื้นจะเพิ่มสูงขึ้นในระบบลม (Air Handlng Unit) เมื่ออุณหภูมิขออากาศในบริเวณนั้นสูงกว่าอุณหภูมิของคอยล์เย็น ทำให้ความชื้นบริเวณคอยล์เย็นขาออก (discharge cooling coils) สูงขึ้นมากถึง 90% หรือสูงกว่านั้น ซึ่งสภาพดังกล่าวจะเป็นแหล่งอาหาร เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราได้เป็นอย่างดี
 

เชื้อราดังกล่าวมีผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างไร

เชื้อรา ชนิด Rhizopus arrhizus, Aspergillus nidulans และ Aspergillus glaucus เป็นเชื้อราที่เจริญอยู่ในธรรมชาติสภาพแวดล้อมทั่วไปปรกติไม่ได้เป็นเชื้อราก่อโรคในคน เมื่อพบการเจริญของเชื้อราเหล่าจะมีผลต่อสุขภาพหรือไม่นั้นขื้นกับปริมาณของเชื้อและระยะเวลาที่สัมผัสกับเชื้อ ทั้งนี้ถ้ามีการเจริญของเชื้อมาก (ทั้งในสภาวะที่มองไม่เห็นและมองเห็นด้วยตาเปล่า) และบุคคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในห้องต้องสัมผัสกับเชื้อหรือสปอร์ของเชื้อเป็นเวลานานถ้าเป็นบุคคลที่สุขภาพแข็งแรงจะไม่มีปัญหาเท่าไรแต่ถ้าเป็นภูมิแพ้อยู่แล้วจะมีอาการแพ้เชื้อราได้เช่นมีอาการโพรงจมูกอักเสบหรือเยื่อจมูกอักเสบ ระคายเคืองที่นัยน์ตา หายใจแรง มีอาการหอบหืดเป็นต้น ถ้าเป็นผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆอยู่แล้วโอกาสที่เชื้อราเหล่านี้จะเข้าสู่ร่างกายและก่อโรคซ้ำซ้อนได้ รายงานผู้ป่วยที่มีสาเหตุจากเชื้อราทั้งสามนี้มี่น้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของผุ้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในห้องที่เกิดปัญหานี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย

จะกำจัดเชื้อราได้อย่างไร

เมื่อมีเชื้อราขึ้นบนอุปกรณ์ชนิดใด ให้ทำการเคลื่อนย้ายออกไปจากพื้นที่ และเปลี่ยนเอาของใหม่มาใช้แทน ถ้ามีเชื้อราขึ้นมาไม่มากใช้ผงคลอรีน 1 ส่วนผสมกับน้ำดื่ม 10 ส่วน หรือใช้ 5% โซเดียมไฮเปอครอไรด์เช็ดหรือพ่นที่บริเวณที่มีเชื้อราเจริญต่อเนื่องทุกวันจนเชื้อราหายไป จากนั้นเว้นระยะเช็ดหรือพ่นเป็นสัปดาห์ละครั้งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อเจริญอีก ถ้ามีปัญหาการกรัดกร่อนให้ใช้5% ฟอร์มาลิน(ฟอร์มัลดีฮัยด์ โซลูชัน ขององค์การเภสัชกรรม 1 ส่วนผสมกับน้ำดื่ม 7 ส่วน) แทนน้ำยาคลอรีน

หลังจากน้ำท่วม หน้าที่คือทำให้สถานประกอบการแห้ง ให้เร็วที่สุด ควบคุมความชื้นให้เร็วสุด ทำให้การกู้สภาพน้ำท่วมคือบางอย่างต้องทิ้งให้มากที่สุด

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น สิ่งที่ควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจากเชื้อราคือมีระบบการบริหารจัดการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในอาคาร ควบคุมความชื้นมีการวัดความชื้นอย่างสม่ำเสมอถ้าความชื้นสูงขึ้นถึง60%จะต้องจัดการลดความชื้นลงให้ได้  ให้มีการตรวจดูแลการรั่วซึมของน้ำ มีพัดลมระบายอากาศ มีระบบการทำความสะอาดในอาคารที่ดี ซึ่งสามารถใช้เจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญเฉพาะทางมาดำเนินการให้ได้

 

Your Comments

 

 

Face Book

 

Related Items